ชัยชนะของหงส์แดง และความพ่ายแพ้ของผีแดง

หงส์แดง

ผ่านพ้นกันไปสำหรับศึกแดงเดือดจัดหนักระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ลงเอยด้วยลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 1 – 0

ไม่ขอเอ่ยครับว่าผมเป็นแฟนทีมอะไรลองทายๆกันดูที่คอมเม้นได้ครับยิ่งอ่านยิ่งเพลิน แต่อย่าลืมพื้นฐานตรงที่ว่าเราเป็นคนไทยหัวใจเดียวกันเมื่อเชียร์บอลเสร็จก็กลับมารักกันเหมือนเดิมนะครับ

ลิเวอร์พูล เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ที่สวยงามตั้งแต่ปรีซีซั่นจนมาถึงเปิดฤดูกาลด้วยสถิติพ่ายแค่ 1 เกมที่เจอกับ เซลติก และจากนั้นมาก็ไม่แพ้อีกเลยทั้งอุ่นเครื่องและเกมในลีก

เป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปีนับตั้งแต่เมื่อ 1994 เป็นต้นมา ทำให้นี่เป็นนิมิตหมายที่ดีของเหล่า “เดอะค็อป” ต่างพากันฉลองความดีใจกับอันดับ 1 ในตารางด้วยสถิติไม่แพ้และไม่เสียประตูเลยสักนัดในลีก

แต่อย่าลืมครับเรามีนัดที่ต้องลงแข่งอีกกว่า 30 กว่านัดทุกอย่างเป็นไปได้หมด การขึ้นมายืนอยู่จุดสูงสุดถือว่ายากแล้วแต่การรักษาตัวเองให้อยู่ในจุดสูงสุดต่อไปนั้นถือว่ายากกว่ายิ่งนักดังสุภาษิต “ยิ่งสูงยิ่งหนาว”

การพิสูจน์ตัวเองของ ลิเวอร์พูล เรื่องนักเตะเริ่มมีมาให้เห็นว่าการเสริมทัพของพวกเขาในปีนี้ถือว่าใช้ได้ กับผู้รักษาประตู และ กองหลัง ที่เล่นได้อย่างเข้าขาและพลาดน้อยลง เกมรุกที่แต่ก่อน

ต้องพึ่งพาอาศัยแค่ศูนย์หน้าชื่อดังอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ วันนี้ทีมอย่าง “เรดอาร์มี่เมอร์ซี่ไซด์” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในทีมของพวกเขามีศูนย์หน้าระดับพระกาฬถึง 2 คน

สเตอร์ริดจ์ ลงเล่น 3 เกมในลีกและยิงได้ทั้ง 3 นัด ทำให้เขาเริ่มเป็นขวัญใจคนใหม่ของเหล่าแฟนบอล ซึ่งตอนนี้ได้มีคำถามใหม่ๆเกิดขึ้นว่า หลุยส์ ซัวเรซ ยังจำเป็นอยู่ไหม ?

จริงอยู่ฟอร์มของ สเตอร์ริดจ์ นั้นร้อนแรงดั่งดวงอาทิตย์และเล่นได้เข้าขากับระบบทีม แต่ถ้าในนัดไหนเราเจอกับทีมที่ควบคุมเกมได้

แล้วเกิดขาดนักเตะอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ที่สามารถพลิกเกมได้เองแล้ว ก็ต้องมีอันดับกันไปข้างนึง นี่จึงเป็นคำตอบว่าทำไมต้องพึ่งพานักเตะอย่างเหยินอยู่ ซึ่งวันนี้พิสูจน์ ให้เห็นว่า ช่วงครึ่งหลัง

ทีมอย่าง “ปีศาจแดง” สามารถครองเกมได้เกือบทั้งหมด และถ้าเกิดสมาธิของแนวรับมีไม่มากพออาจมีสกอร์เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 2 ลูกเลยทีเดียว ฉะนั้น หลุยส์ ซัวเรซ ยังจำเป็นต่อทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากได้ เดวิด มอยส์ มาคุมทีมนั้นรูปเกมเปลี่ยนไปมากถึงมากที่สุด แนวทางการเล่นการบุกดูหวือหวาขึ้น แต่จบสกอร์ไม่ค่อยได้ แตกต่างจากการคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์

ที่ดูเหมือนจะไม่หวือหวา แต่ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ มีเกมบุกที่หวังผลได้ตลอดในการครองบอล มีการสวนกลับที่น่ากลัวที่สุดในยุโรป นี่คือ แมนฯยูไนเต็ด ในช่วงของ เฟอร์กี้ ทำให้หลายๆทีมในช่วงนั้น

ไม่กล้าที่จะโหมบุก “ปีศาจแเดง” บ่อยมากนักเพราะการโต้กลับนั้นอันตรายเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว

เลยคนยังคงสงสัยในตัวของ เดวิด มอยส์ ว่ามีดีพอที่จะเป็นนายใหญ่แห่ง โอลแทร็ฟฟอร์ด ได้หรือไม่หลังจากเห็นผลงานทั้งในสนามและนอกสนามที่ไม่ค่อยเป็นที่น่าประทับใจมากนักตั้งแต่การเริ่มมาคุม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องประสบกับปัญหาการคว้าตัวนักเตะตั้งแต่ปิดฤดูกาลมา ถ้าคิดในแง่ดี เดวิด มอยส์ อาจมองว่าพื้นฐานทีมตอนนี้ยังโอเคอยู่ก็ได้ และถ้าไม่ใช่นักเตะชื่อดังจริงๆ เขาก็ไม่อยาก
จะดึงมาเสี่ยงนั่นเองเพราะฝีเท้าอาจด้อยกว่านักเตะในทีมปัจจุบัน

อย่าลืมว่า มอยส์ เคยคุมทีมงบน้อยมานาน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเขายังไม่สามารถดึงใครเข้าทีมมาได้ หรือเป็นเพราะว่า “ใช้เงินไม่เป็น” รึเปล่า?

หลายคนหลายความคิดครับ เด็กผี ก็ได้แต่งงและอึนว่าทำไมไม่ซื้อนักเตะเข้ามาสักที และล่าสุดเลย มอยส์ออกมากล่าวหลังเกมแดงเดือดว่า ช่วงซัมเมอร์นี้

จะไม่มีการเซ็นนักเตะเพิ่มอีกแล้ว ทำให้แฟนๆเริ่มจะเคืองขึ้นมาได้อีก

เด็กผีอย่าพึ่งเศร้าครับ หลายคนทำใจตั้งแต่ ท่านเซอร์ ปลดเกษียณตัวเองออกไปแล้วว่าสภาพต้องเป็นแบบนี้ แต่อย่าลืมว่า 3 นัดที่เปิดฤดูกาลมานั้น 2 นัดหลังเจอแต่ทีมหินๆ ทั้งนั้นทำให้ผลงาน

ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ของแบบนี้เราต้องดูกันยาวๆ ถึง 38 นัด ถึงจะรู้ ว่าใครจะเป็นตัวจริงตัวปลอมของศึกครั้งนี้

แบ่งปันให้เพื่อน

Google1GoogleBlogger

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *