หงส์แดง ฟอร์มหรู! ขยี้สวอนซียับ 5-0

สตีเว่น เจอร์ราร์ด

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ลิเวอร์พูล 5 – 0 สวอนซี สนาม : แอนฟิลด์ ผู้ชม : 44,832 คน”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ส่ง หลุยส์ ซัวเรซ กับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ผนึกคมแข้งล่าตาข่ายแดนหน้า พร้อมส่ง คูตินโญ่ ประเดิมเกมลีก รับการมาเยือนของ “หงส์ขาว” สวอนซี ที่พักกองหน้าตัวเก่งอย่าง มิชู เป็นสำรอง พร้อมพักตัวหลักหลายตำแหน่ง

เริ่มเกมมา5นาที เป็นฝ่ายเจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล ได้ยิงทักทายก่อน จากจังหวะพาบอลลุยเข้าไปยิงด้วยเท้าขวาของ หลุยส์ ซัวเรซ แต่บอลตรงตัว มิเชล ฟอร์ม รับเข้าซองไม่ยาก

3นาทีต่อมา สวอนซี มีโอกาสบ้าง เมื่อได้ลูกเตะมุม บอลหลุดมาถึง โรแลนด์ ลามาห์ ได้ซัดจ่อๆ บอลแม้จะถูกแขนของเกล็น จอห์นสัน แต่ผู้ตัดสินฮาวเวิร์ด เว็บบ์ มองว่าไม่เจตนา

นาทีที่16 ลิเวอร์พูล ได้เสียวอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิกกลางประตูตรงหัวกะโหลกเขตโทษ สตีเว่น เจอร์ราร์ด วิ่งมายิงด้วยเท้าขวา บอลติดกำแพงมาเข้าทางปืน หลุยส์ ซัวเรซ วิ่งมายิงซ้ำ แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

เกมเข้าสู่นาทีที่23 ลิเวอร์พูล ทำเกมบุกได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนมีโอกาสจะๆได้จบสกอร์อีกครั้ง เมื่อ สจ๊รวร์ต ดาวนิ่ง พาบอลไปถึงริมแส้นหลังประตู ก่อนเปิดเข้ากลางด้วยเท้าขวาให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ชาร์จโหม่งจ่อๆแต่บอลลอยเฉียดคานไปอย่างน่าเสียดาย

2นาทีต่อมา หงส์แดงพลาดโอกาสได้ประตูนำเหลือเชื่อ เมื่อ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ พาบอลลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนถูก ไคล์ บาร์ตลี่ย์ เตะร่วงในกรอบเขตโทษ บอลกระฉอกมาเข้าทาง คูตินโญ่ ตามซ้ำ แต่ คูตินโญ่ กลับยิงออกหลังไปเอง ชวดได้ประตู พร้อมกับจุดโทษ เนื่องจาก ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ให้ลูกยิงของ คูตินโญ่ เป็นลูกได้เปรียบไป
นาที่33 สาวกเดอะค็อป ได้เฮกันลั่น เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ พาบอลเลี้ยงเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ไปถูก เคมี่ อกุสเตียน แหย่ขาสกัดล้ม ผู้ตัดสิน ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ จึงชี้เป็นลูกจุดโทษทันที

สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารก่อนวิ่งมากดยิงด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเสียบเสาไป แม้ มิเชล ฟอร์ม จะเดาทางถูก แต่ด้วยความแรงของลูก จึงพุ่งปัดไม่ทัน ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0

ช่วงท้ายครึ่งแรก แม้ สวอนซี พยายามเปิดเกมบุกมากขึ้น เพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ หมดเวลาครึ่งแรก ลิเวอร์พูล จึงนำ สวอนซี อยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาเพียง8นาที ลิเวอร์พูล ก็ได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ จ่ายบอลให้ คูตินโญ่ พาบอลกระชากไปยิงด้วยขวา บอลติดมิเชล ฟอร์มนิดนึง แต่ทิศทางบอลก็ยังวิ่งข้ามเส้นประตูไป เจ้าถิ่นนำห่าง 2-0

นาทีที่50 ลิเวอร์พูล โชว์ทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยม ประสานงานเล่นชิ่งกันจากริมเส้นจนบอลมาถึง โฆเซ่ เอ็นริเก้ ตอกส้นเข้ากรอบเขตโทษให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ หาจังหวะเปิดยัดเข้ากลางให้ โฆเซ่ เอ็นริเก้ ที่วิ่งไปรอหน้าประตู ใช้เท้าขวาจิ้มบอลเข้าประตูไปอย่างสวย ลิเวอร์พูล นำโด่ง 3-0

6นาทีต่อมา สกอร์ของ ลิเวอร์พูล ไหลมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อ สจ๊รวร์ต ดาวนิ่ง แทงบอลทะลุช่องให้ หลุยส์ ซัวเรซ พาบอลหลุดแนวรับสวอนซีถึงสองคน ก่อนบรรจงปั่นยิงด้วยเท้าซ้าย บอลโค้งเข้าเสาสองไป บวกประตูของเจ้าถิ่นออกไปถึง 4-0
หลังสกอร์นำห่าง นาทีที่60 ลิเวอร์พูล ก็ทำการเปลี่ยนตัวก่อน โดยส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาแทน คูตินโญ่ ที่โชว์ฟอร์มเปิดตัวลงสนามตัวจริงได้อย่างสวย

3นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้ประตูอีกครั้ง เมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด วางบอลมาที่หน้าประตูให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ พักบอลลงด้วยอก ก่อนตวัดยิงด้วยเท้าซ้าย บอลติด มิเชล ฟอร์ม มาเข้าทางปืนของ หลุยส์ ซัวเรซ ตามซ้ำ แต่ ไคล์ บาร์ตลี่ย์ ยังพุ่งขวางเซฟประตูช่วย สวอนซี ได้อย่างหวุดหวิด

นาทีต่อมา สวอนซี เปลี่ยนตัวบ้าง โดยส่ง เวย์น เราท์เล็ดจ์ ลงมาแทน โรแลนด์ ลามาห์

นาทีที่67 ลิเวอร์พูล ยังดาหน้าบุก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แทงบอลให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ หลุดไปซัดไซด์ก้อยด้วยเท้าซ้ายอีกครั้ง แต่ มิเชล ฟอร์ม ยังใช้ขาเซฟไว้ได้อีก

3นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล มาได้จุดโทษอีกลูก เมื่อ โฆเซ่ เอ็นริเก้ วางบอลยาวเข้าไปในกรอบเขตโทษ เวย์น เราท์เล็ดจ์ ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมา ไปเจตนาใช้แขนเล่นบอลในกรอบเขตโทษ เลยไม่รอด โดนจุดโทษแบบไม่มีข้อโต้แย้ง

นาทีที่71 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ อาสาขอยิงบ้าง ก่อนซัดผ่าน มิเชล ฟอร์ม เข้าไปไม่เหลือ ลิเวอร์พูล นำขาด 5-0
นาทีต่อมา เจ้าถิ่นเปลี่ยนตัวอีกครั้ง โดยส่ง โจ อัลเลน ลงมาแทน ลูคัส เลว่า

นาทีที่75 สวอนซี มาเสียใบเหลืองไปเพิ่มอีก เมื่อ ปาโบล เอร์นานเดซ ไปเข้าบอลหนักใส่ แดเนียล แอ็กเกอร์ รับใบเหลืองไป ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกเลย โดย นาธาน ดายเออร์ ลงมาแทน

สองนาทีต่อมา ลิเวอร์พูล ทำการเปลี่ยนตัวบ้าง โดยส่ง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงมาแทน หลุยส์ ซัวเรซครบโควต้าสามคนเรียบร้อย ส่วน สวอนซี เปลี่ยน อิเตย์ เชชเตอร์ออกแล้วส่ง อังเคล รานเกล ลงแทน

5นาทีสุดท้าย ลิเวอร์พูล ต้องเหลือ10คน หลัง ฟาบิโอ บอรินี่ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ เล่นต่อไม่ไหว ต้องเดินออกนอกสนามไปเอง

แต่ช่วงเวลาที่เหลือก็ทำประตูกันเพิ่มไม่ได้ หมดเวลา ลิเวอร์พูลจึงโชว์ผลงานเยี่ยม ถล่มยับ สวอนซี ไปแบบไม่ปราณี 5-0 เก็บสามคะแนนเข้ากระเป๋า

รายชื่อผู้เล่นพร้อมคะแนน

ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า 6, เกล็น จอห์นสัน 7, เจมี่ คาร์ราเกอร์ 7, แดเนี่ยล แอ็กเกอร์ 7, โฆเซ่ เอ็นริเก้ 8, สตีเว่น เจอร์ราร์ด 8, ลูคัส เลว่า 7 (โจ อัลเลน 6 น.72), สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง 7, ฟิลิปป์ คูตินโญ่ 7 (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6 น.60), แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ 8, หลุยส์ ซัวเรซ 9 (ฟาบิโอ บอรินี่ 6 น.78)
สำรองไม่ได้ใช้ : ปีเตอร์ กูลาชซี่, มาร์ติน สเคอร์เทล, จอนโจ เชลวี่ย์, ราฮีม สเตอร์ลิง

สวอนซี : มิเชล ฟอร์ม 5, ดไวท์ เทียนดัลลี่ 5, แกร์รี่ มังค์ 5, ไคล์ บาร์ตลี่ย์ 4, เบน เดวิส 5, โจนาธาน เด กุซมัน 5, ลีออน บริตตัน 6, เคมี่ อกุสตีน 5, โรล็องด์ ลามาห์ 5 (เวย์น เราท์เล็ดจ์ 3 น.64), ปาโบล เอร์นานเดซ 5 (เนธาน ดายเออร์ 5 น.76), อิตาย เชกเตอร์ 4 (อังเกล รานเกล 5 น.82)
สำรองไม่ได้ใช้ : แกร์ฮาร์ด เทรมเมล, แอชลี่ย์ วิลเลียมส์, มิชู, ลุค มัวร์
ใบเหลือง : ปาโบล เอร์นานเดซ

ผู้ตัดสิน : ฮาวเวิร์ด เว็บบ์

แมนออฟเดอะแมตช์ : หลุยส์ ซัวเรซ (ลิเวอร์พูล) เป็นอีกเกมที่ดาวยิงอุรุกวัยกลายเป็นตัวแสบ และเป็นตัวอันตรายของฝ่ายตรงข้าม เกมนี้ ซัวเรซ ยิงหนึ่งประตูสวยๆ และเรียกจุดโทษแรก แถมยังมีส่วนร่วมกับเกมรุกของทีมเกือบตลอด แม้หลายครั้งจะหวงบอลไปหน่อยก็ตาม

ลิเวอร์พูล สถิติหลังเกม สวอนซี 54 เปอร์เซนต์ครองบอล 46 26 โอกาสยิงรวม 2 10 ยิงเข้ากรอบ 2 10 ลูกเตะมุม 1 7 ทำฟาวล์ 9 0ใบเหลือง1 0 ใบแดง 0

ด้านเบรนแดน ร็อดเจอร์สผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลออกอาการพึงพอใจที่นักเตะกลับมาคว้าชัยได้เป็นเกมแรกในรอบหกนัดหลัง แถมไม่เสียประตูให้กับสวอนซี

“มันเป็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของนักเตะ และเป็นทัศนคติที่วิเศษ เป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่เสียประตูในวันนี้” ร็อดเจอร์สกล่าวหลังพาหงส์แดงชนะทีมในกลุ่มครึ่งบนของตารางได้เป็นนัดแรกของซีซั่น อีกทั้งกำชัยเหนืออดีตสโมสรของตัวเองได้เป็นนัดแรกเช่นกัน

“สวอนซีอาจเปลี่ยนนักเตะหลายราย แต่พวกเขายังเป็นทีมที่แข็งแกร่ง” กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือเสริม

ส่วนกรณีของฟาบิโอ บอรินี่ตัวสำรองที่เจ็บไหล่ในช่วงท้ายนั้น ร็อดเจอร์สเกรงว่าอาจถึงขั้นไหล่หลุดจนมีสิทธิ์ปิดเทอมยาวไปตลอดทั้งฤดูกาล”เขาน่าจะพักยาวไปตลอดทั้งซีซั่น มันน่าจะเป็นอาการไหล่หลุด มันเป็นผลเสียที่ใหญ่หลวงสำหรับเรา” กุนซือเร้ด แมชีนเอ่ย

ด้านไมเคิ่ล เลาดรู๊ปกุนซือสวอนซีจำต้องกล่าวขอโทษสาวกหงส์ขาวที่ลงทุนเดินทางมาเชียร์ทีมรักแล้วต้องทนเห็นทีมชุดอ่อนหัดโดนหงส์แดงจิกเละ

ผู้จัดการทีมชาวเดนมาร์คตัดสินใจเก็บนักเตะตัวหลักเอาไว้รอเล่นนัดชิงชนะเลิศแคปปิตอล วัน คัพกับแบรดฟอร์ดในวันที่ 24 ก.พ.และเป็นเหตุให้ปราชัยลิเวอร์พูลแบบไร้ทางสู้แม้จะยืนยันว่าไม่คิดใช้เป็นข้อแก้ตัวก็ตาม

“ผมต้องการเก็บนักเตะบางรายเอาไว้ แต่มันไม่ใช่ข้อแก้ตัว เราน่าจะแพ้ 10-0 ด้วยซ้ำ” เลาดรู๊ป ระบุ

“เราต้องตำหนิตัวเองไล่ตั้งแต่ผมและนักเตะที่ได้ลงสนาม คุณไม่อาจเล่นแบบนั้นได้ มันไม่ใช่แนวทางที่เราต้องการก่อนนัดชิงชนะเลิศ แต่ตอนนี้เราต้องกลับมาเข้าที่เข้าทางให้ได้”

แบ่งปันให้เพื่อน

Google1GoogleBlogger

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *