หลากหลายวิธีเพื่อลดอาการปวดฟัน

เชื่อว่าในช่วงชีวิตหนึ่งหลายคนน่าจะเคยเผชิญกับอาการปวดฟันกันอย่างแน่นอน และมักจะมีฟันผุกันโดยเฉพาะในวัยเด็ก ซึ่งอาการปวดฟันนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศและทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นฟันผุในเด็ก  วัยรุ่นที่มักจะปวดฟันคุด การปวดฟันกรามในวัยกลางคน เป็นต้น ซึ่งบางรายมีระดับในการปวดฟันที่มากน้อยแตกต่างกันไป ถ้าหากว่าคุณมีอาการปวดฟันในระดับเบื้องต้นที่ยังไม่ได้รุนแรงอะไรมาก บางกรณีก็สามารถที่จะลดอาการปวดฟันได้ด้วยตนเอง ถ้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเถอะ !

sensitive-teeth

–          รักษาอาการปวดฟันด้วยการใช้เกลือ เกลือจัดได้ว่าเป็นสมุนไพรดั้งเดิมชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาช่วยลดการอักเสบเหงือกและลดการปวดฟันได้ ด้วยการนำเกลือหนึ่งช้อนชาในน้ำอุ่นแล้วบ้วนสัก 2-3 ครั้ง หรือว่าจะผสมเกลือกับพริกไทยแล้วนำมาแต้มบริเวณที่ปวดฟัน ก็จะช่วยลดปัญหานี้ได้

–          กระเทียม มีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบ จึงสามารถบรรเทาอาการปวดฟันได้เช่นกัน ที่ได้รับความนิยมสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟันที่ปวดบดเคี้ยวกระเทียมสัก 2-3 กลีบก็จะค่อยๆหายปวดฟันได้ , นำกระเทียมมาบดกับเกลือแล้วแต้มตรงบริเวณที่ปวดฟัน หรือนำน้ำกระเทียมมาบ้วนปากเล็กน้อย ก็จะช่วยทุเลาจากอาการปวดฟันได้อย่างดีเลยทีเดียว

–          หัวหอม จัดได้ว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างหลากหลาย และยังเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งด้วยสามารถนำมาช่วยรักษาอาการปวดฟันได้ด้วย เพราะมีสรรพคุณเป็นยาฆ่าเชื้อโรคและต้านแบคทีเรีย สำหรับวิธีการง่ายๆเพียงแค่นำหัวหอมที่ปอกเปลือกและล้างน้ำสะอาดแล้วมาเคี้ยวบริเวณที่ปวดฟัน หรืออีกวิธีหนึ่งคือนำหัวหอมดิบหั่นชิ้นเล็กๆมาแต้มบริเวณที่ปวดฟัน สักพักจะค่อยๆดีขึ้น

–          กานพลู คุณจะเห็นได้ว่ายาสีฟันบางยี่ห้อมีส่วนประกอบหลักนั่นก็คือกานพลู จัดได้ว่าเป็นสมุนไพรที่เหมาะกับการรักษาและทำความสะอาดช่องปากอย่างแท้จริง เนื่องจากกานพลูมีคุณสมบัติหลายด้านไม่ว่าจะเป็น ป้องกันแบคทีเรีย ป้องกันกลิ่นปาก และช่วยกำจัดเชื้อโรคที่หมักหมมในช่องปากอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อนำมารักษาอาการปวดฟัน คุณสามารถใช้กานพลูสดหรือน้ำมันกานพลูมารักษาได้ตามความสะดวก เช่นการเคี้ยวใบกานพลูในบริเวณที่ปวดฟัน หรือนำสำลีชุบน้ำมันกานพลูแล้วมาแต้มบริเวณที่ปวดฟันเป็นต้น

แต่ถ้าหากเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่การปวดฟันแบบธรรมดาซะแล้ว และยิ่งจะเริ่มปวดฟันแบบรุนแรงมากขึ้นทุกที อย่างนี้ควรจะไปพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรรักษาให้ตรงจุดและถูกวิธีจะดีกว่านะ

 

แบ่งปันให้เพื่อน

Google1GoogleBlogger

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *