เริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ กับ เดวิด มอยส์

13051

ข่าวฟุตบอล ภายหลังข่าวใหญ่ที่ส่งผลสั่นสะเทือนวงการลูกหนังไปทั้งโลก กับการประกาศลงจากตำแหน่งของ บรมกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ รอนาน ประกาศแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่เข้าทำหน้าที่ในฤดูกาลหน้าตามคาด

เดวิด มอยส์ ถือเป็นหนึ่งในกุนซือที่ถูกพูดถึงมาตลอดอยู่แล้วในฐานะตัวเลือกที่จะได้เข้ามาทำหน้าที่แทนเมื่อถึงเวลาที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาตำแหน่งไป และเมื่อวันเวลานั้นมาถึงจริงๆ กุนซือ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ก็ได้รับตำแหน่งไปแบบไร้คู่แข่ง ด้วยเหตุผลที่ว่า “เฟอร์กี้” เป็นคนชี้นิ้วเลือกด้วยตัวเอง ขณะที่เสียงจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนออกสโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ประสานพ้องกันว่า “คนนี้แหละที่ใช่”

แน่นอนว่านับจากนี้ชีวิตของ มอยส์ จะต่างไปจากเดิม กุนซือวัย 50 ปีจะกลายเป็นผู้จัดการทีมที่ตกเป็นเป้าสนใจมากที่สุดจากสื่อทั่วโลก คำถามเรื่องที่ว่าเขาจะสามารถนำพา แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งใหญ่คับฟ้าได้แบบ เซอร์ อเล็กซ์ ได้หรือไม่คงต้องรอดูกันในช่วงหลายปีต่อจากนี้ ทว่าสิ่งที่สามารถบอกได้เลยตอนนี้ก็คือ อย่างน้อย ทั้งคู่ก็เริ่มต้นเส้นทางอาชีพสายฟุตบอลคล้ายๆ กัน

มอยส์ โตขึ้นมาในย่าน ธอร์นวู้ด เมืองเล็กๆ ทางด้านตะวันตกของกรุงกลาสโกว์ คุณพ่อของเขา “เดวิด มอยส์ ซีเนียร์” ทำงานเป็นช่างเขียนแบบในอู่ซ่อมเรือริมฝั่งแม่น้ำไคลด์ สถานที่เดียวกันกับที่ เซอร์ อเล็กซ์ เคยหาลำไพ่พิเศษเลี้ยงตัวเองด้วยการฝึกงานเป็นคนทำเครื่องมือ และเช่นเดียวกันกับตำนานกุนซือของ “ปิศาจแดง” มอยส์ เองก็เริ่มต้นสั่งสมประสบการณ์ความรู้และความรักในเกมลูกหนังบนถนนในเมืองกลาสโกว์

“คุณต้องรู้จักดูแลตัวเอง นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณคือคนที่สู้ที่สุดในสนาม บางทีอาจจะหมายความว่า คุณต้องรู้จักพูดหรือเป็นคนที่วิ่งเร็ว คุณจะเห็นได้ว่าผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์หลายคน มีพื้นเพมาจากชนชั้นแรงงานทั้งนั้น ตั้งแต่คนงานในอู่ซ่อมเรือ หรือคนงานในเหมืองถ่านหิน พวกเขามาจากพื้นเพแบบนั้นและพวกเขาก็กระตือรือร้นที่จะได้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ” มอยส์ เล่าถึงชีวิตวัยเด็กสมัยเริ่มหัดวิ่งไล่เตะลูกหนัง

ชีวิตความเป็นอยู่ของ มอยส์ เริ่มดีขึ้นคุณพ่อของเขาได้งานเป็นอาจารย์สอนแผนกวิศวกรรมในวิทยาลัยแอนนีส์แลนด์ และต่อมาก็ได้เลื่อนถึงชั้นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ นั่นทำให้ครอบครัวของ มอยส์ รวมถึงคุณแม่ โจแอน ได้ย้ายมาอยู่ในย่านเบียร์สเด้น ถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้มีฐานะ

แต่ที่สำคัญก็คือ พ่อของ มอยส์ ได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นโค้ชทีมของทีม ดรัมแชปเพิล อะเมเจอร์ ทีมฟุตบอลของเด็กๆ ในท้องถิ่น และไม่ต้องสงสัยเลยว่า นักเตะดาวเด่นประจำทีมที่ฉายแววมากกว่าใครก็คือลูกชายของเขาเอง

จิมมี่ วู้ด วัย 75 ปีโค้ชของ ดรัมแชปเพิ่ล คนปัจจุบัน เล่าให้ฟังว่า “ผมจำ มอยส์ ได้เขามาพร้อมกับน้องชัยของเขาชื่อ เคนนี่ เดวิด เล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟได้โดดเด่นมาก เขาเก่งจนมีสาวๆ มาติดตรึม เขาเป็นคนดีแล้วก็สุภาพมากด้วย”

ในปี 1980 ชีวิตในเส้นทางสายฟุตบอลของ มอยส์ ก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจังและเริ่มแบบที่ทำเอาคนรอบตัวต่างก็ประหลาดใจไปตามๆ กัน เมื่อ มอยส์ ในวัย 17 ปี ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ กลับเลือกที่จะเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีม กลาสโกว์ เซลติก

มอยส์ เล่นอยู่กับ เซลติก ถึงปี 1983 ช่วง 3 ปีในสีเสื้อ “ม้าลายเขียว-ขาว” อาจจะไม่ได้มีอะไรน่าจดจำมากไปกว่าผลงานลงสนามไปทั้งสิ้น 24 นัด แต่นั่นกลับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับชีวิตของ มอยส์ เขาได้เจอกับคู่ชีวิต พาเมล่า และได้แต่งงานงานจนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 2 คน เดวิด จูเนียร์ วัย 22 ปี และ ลอเรน

“เธอกับผมมาเจอกันครั้งแรก มันก็..แค่นั้นแหละ” มอยส์ พูดถึงจุดเริ่มต้นชีวิตรักของตัวเองแบบขำๆ

ในปี 1998 มอยส์ ก็ตัดสินใจยุติอาชีพนักฟุตบอล หลังจากผ่านเกมไปกว่า 500 นัด ในการเล่นให้สโมสรดิวิชั่นต่ำๆ อย่าง เคมบริดจ์, ชูวส์บิวรี่ รวมถึง เปรสตัน นอร์ธเอนด์ สโมสรที่เจ้าตัวได้โอกาสเริ่มต้นงานคุมทีม

ฝีมือของ มอยส์ เริ่มเป็นที่ประจักษ์ทันที เขาเข้าไปพลิกโฉมของทีมและพา เปรสตัน เลื่อนชั้นจนมาเล่นในลีกแชมเปี้ยนชิพ จนในที่สุดก็ถูก เอฟเวอร์ตัน ดึงตัวไปยัง กูดิสัน พาร์ค ในปี 2002

นับจากนั้นถึงปัจจุบันเป็นเวลา 11 ปีในฐานะผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน แม้จะไม่สามารถนำถ้วยรางวัลใดๆ สู่สโมสรได้ แต่ มอยส์ สร้างทีม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งในลีก และจบฤดูกาลด้วยอันดับในครึ่งบนของตารางได้เกือบทุกฤดูกาล

การพิสูจน์ตัวเองมาแล้วในช่วงกว่าสิบปีที่ เอฟเวอร์ตัน ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่า มอยส์ จะประสบความสำเร็จในการคุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ผลงานของกุนซือเลือดสกอตต์จะออกมาเป็นอย่างไรไม่มีใครบอกได้ แต่อย่างน้อยมีหนึ่งคนที่มั่นใจว่า มอยส์ จะไม่ทำให้แฟนบอล “ปิศาจแดง” ทั่วโลกผิดหวังแน่นอน

“ผมจะทำได้ยอดเยี่ยมแน่ๆ ผมภูมิใจกับเขาเหลือเกิน เชื่อเถอะ ว่าเขาจะพยายามทำเต็มที่เหมือนที่เขาทำมาเสมอ ผมดีใจมาก” มอยส์ ซีเนียร์ วัย 77 ปี กล่าว

แบ่งปันให้เพื่อน

Google1GoogleBlogger

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *